กราฟแท่งเทียน

0
248

หัวข้อที่จะศึกษากันเรื่องแท่งเทียน

จะมีรูปแท่งเทียน 10 แบบที่ควรค่าแก่การจดจำ และสามารถนำไปใช้ซื้อขายได้จริงซึ่งจะแบ่ง รูปแบบแท่งเทียนเหล่านี้จะเป็นรูปแท่งเทียนที่ให้ข้อมูลว่าราคาอาจจะมีการกลับตัว โดยสามารถแบ่งรูปแท่งเทียนออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

รูปแบบที่เราใช้พิจารณาการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น 5 รูปแบบ (ใช้เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อหุ้น) 

รูปแบบที่ใช้พิจารณาการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง 5 รูปแบบ (ใช้เพื่อหาจังหวะขายหุ้นทำกำไร)

การเทรดส่วนใหญ่ผู้คน 80%  เมื่อเข้ามาในตลาดสักระยะ จะพบว่าตัวเองไม่ได้เทรดตามเทรน แต่จะเสาะหาวิธีทำกำไรตลอดเวลา และจะกลับกลายเป็นว่าตัวเองเทรดสวนเทรนไปโดยปริยาย แต่แท่งเทียนสามารถดัดนิสัยบุคคลเหล่านี้ให้กลายเป็นคนมีวินัยขึ้นได้ เพราะแท่งเทียนเหล่านี้คือแท่งเทียนกลับตัว การใช้แท่งเทียนกลับตัวนั้นจะต้องรอให้เป็น จะต้องไตร่ตรองกับสภาพตลาดช่วงนั้นว่าสมควร ออกออเดอร์ หรือ ทำการซื้อขายฝั่งใด   แท่งเทียนแหล่านี้คือแท่งเทียนกลับตัว ที่เกิดขึ้นบ่อยในตลาดที่สุดและมีข้อมูลในศึกษาเพิ่มเติมอย่างแพร่หลาย

แท่งเทียนกลับตัว Reversal Candle Stick

ที่จริงแล้วสำหรับแท่งเทียนกลับตัวนั้นมีหลายรูปแบบมาก มีชื่อเรียกมากมาย สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากนี้ 10 กว่าหน้า เป็นแท่งเทียนที่เกิดขึ้นบ่อยในตลาด Forex ซึ่งเป็นแท่งเทียนที่ ต้องอาศัย แนวรับหรือแนวต้านประกอบในการเข้าออเดอร์ อีกทั้งยังต้องรอ สัญญานคอนเฟิร์มจากแท่งถัดไปอีกด้วย แท่งเทียนไม่ได้บ่งบอกเสมอไปว่ากราฟจะกลับตัว เพราะมันไมได้ง่ายขนาดนั้น แต่หากถ้าเหตุผลประกอบ เช่น เกิดขึ้นในเทรนขาขึ้น เกิดขึ้นในทามเฟรมใหญ่ๆ เกิดขึ้นในแนวต้านใหญ่ๆ มันก็มากพอที่เราจะเทรด Sell  มันต้องใช้เหตุผลหลายๆอย่างไม่ใช่เกิดแท่งเทียนแล้วจะออกเออเดอร์เลย สำหรับบทนี้ก็จะยกตัวอย่างแท่งเทียนที่กลับตัว และ ตรงข้ามกัน อยู่ 5  คู่นะครับเช่น

  1. Inverted Hammer ตรงข้ามคือ   Shooting Star
  2. Piercing Pattern  ตรงข้ามคือ   Dark Could Cover
  3. Bullish Engulfing ตรงข้ามคือ   Bearish Engulfing
  4. Bullish Harami ตรงข้ามคือ   Bearish Harami
  5. Moning Star ตรงข้ามคือ   Evening Star

เหตุผลโดยสรุป ที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิยมใช้กราฟแท่งเทียน

  1. กราฟแท่งเทียน (Candlesticks) มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์เพื่อใช้สำหรับการซื้อขายเพราะ ประกอบไปด้วย ราคาเปิด (Open Price) , ราคาปิด (Close Price) , ราคาสูงสุด (High Price) , ราคาต่ำสุด (Low Price) โดยนำข้อมูลทั้งหมดมาสร้างเป็นกราฟแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว
  2. กราฟแท่งเทียน 1 แท่ง สามารถอธิบายอารมณ์และการซื้อขายของนักลงทุนในตลาดได้เป็นอย่างดี
  3. กราฟแท่งเทียนสามารถบอกได้ว่าการซื้อขาย ณ ขณะนั้น ใครมีพลังมากกว่ากันระหว่าง ตลาดขาขึ้นและขาลง

สามารถบอกได้ว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป มีโอกาสที่กราฟจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ซึ่งหมายความว่า ตัวกราฟแท่งเทียนสามารถอ่านสัญญาณซื้อขายได้ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องตัวช่วยอื่นๆเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ซื้อขายการเทรดโดยแท่งเทียนนั้น หากเรานำข้อมูลที่เราได้ศึกษาพฤติกรรมของแท่งเทียนไปผสมผสานกับเทคนิค อื่นๆ เช่น แนวรับแนวต้าน Trends Fibonacci Charts Pattern ฯลฯ มันจะมีประสิทธิภาพในการเทรดมากยิ่งขึ้น  แล้วจะพบว่าการเทรดจะยิ่งสนุกขึ้นไปเรื่อยๆ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here