ในบทนี้เราจะมาศึกษาถึงรูปแบบของกราฟ หรือ ที่เรียกว่า Chart Pattern หรือ รูปแบบพฤติกรรมราคา สาเหตุที่เรียกกันแบบนี้เพราะว่าในทุกๆวันทุกวินาที เมื่อรวมๆกันก็จะกลายเป็นกราฟออกมาหลายๆทามเฟรม และมีการเคลื่อนไหว ไม่เหมือนเดิมทุกๆครั้งไป จึงมีผู้ที่เก็บสถิติ และก็ตั้งชื่อเรียกข้อมูลลักษณะพฤติกรรมราคาเหล่านั้น เพื่อให้เป็นแนวทางเทรดหากว่าเกิดเหตุการณ์ เหล่านี้อีกในอนาคต

รูปแบบของกราฟ Chart Pattern ถือเป็นพฤติกรรมของราคาที่เคลื่อนที่อย่างมีนัยยะสำคัญ และมักเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จริงอยู่ที่ แนวรับ แนวต้าน ในอดีตสามารถเป็นจุดหยุดให้ราคาทดสอบ  แต่หากพิจารณาดีๆ รูปแบบการเคลื่อนที่ มักจะซ้ำรอยเดิม  ก่อให้เกิดการใช้ Chart Pattern เหล่านี้เข้ามาช่วยสนับสนุนการเทรด ช่วยให้การคาดเดา หรือ พยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตขึ้นได้

การเทรดโดย Chart Pattern นั้นจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐาน อาทิเช่น รู้เรื่อง เทรน เทรนขาขึ้น ขาลง หรือ แนวรับแนวต้าน มาก่อน เพราะว่าถ้าไม่รู้มาก่อนจะทำให้จำได้ลำบาก แต่หากมีความรู้พื้นฐานมาก่อน ก็จะเป็นไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Chart Pattern นั้นมีอยู่   3   รูปแบบ ซึ่งเราจะต้องศึกษาลักษณะพฤติกรรมราคาที่แตกต่างที่เกิดขึ้น ให้แม่นยำ เพื่อช่วยสนับสนุนความคิดและวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตขึ้นได้อีก

Charts Patterns ประกอบด้วย 3 รูปแบบหลัก

  1. รูปแบบกลับตัว (Reversal Patterns)
  2. รูปแบบไปต่อ (Continuous Patterns)
  3. รูปแบบไปได้ทั้ง 2 ทาง (Bilateral Patterns)
  1. รูปแบบการกลับตัว (Reversal Patterns)

รูปแบบกราฟลักษณะนี้จะเป็นรูปแบบกราฟหรือพฤติกรรมราคาที่เคลื่อนที่มาตามแนวโน้มเดิม และไกล้สิ้นสุดลง  ในตำแหน่งสำคัญ อาจจะเป็นแนวรับหรือแนวต้านที่มีนัยยะสำคัญ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ จากขาขึ้นเป็นขาลง จากขาลงเป็นขาขึ้น ได้แก่

  • Head and Shoulder
  • Inverse Head and Shoulder
  • Double Top
  • Double Bottom
  • Trible Top
  • Triple Bottom
  • Falling Wedge
  • Rising Wedge

2.รูปแบบไปต่อ (Continuous Patterns)

รูปแบบกราฟลักษณะนี้ ตามหัวข้อเลยครับ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตจะเป็นไปต่อเนื่องในอนาคต แต่ก่อนที่จะไปกราฟมักจะมีการพักตัว หรือ สะสมแรง เพื่อไปต่อ ได้แก่

  • Bull flag
  • Bear flag
  • Ascending Channel
  • Descending Channel
  • V-Shape

3. รูปแบบไปได้ทั้ง 2 ทาง (Bilateral Patterns)

เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นและสามารถไปได้ทั้งสองทาง เป็นสัญญาน
บอกว่ากราฟจะเป็นไปต่อในทิศทางเดิม หากแต่เกิดรูปแบบเพื่อพักตัวและสะสมแรงเพื่อที่จะไปต่อ ได้แก่

  • Symmetrical Triangle
  • Expanding Triangle
  • Ascending Triangle
  • Descending Triangle

 

 

บทสรุปเรื่อง Chart Pattern

อย่างที่เห็นครับ Chart Pattern นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้   เทรดต้องหมั่นฝึกฝน หมั่นดูกราฟ หมั่นจินตนาการ หากไม่หมั่นดู หมั่นศึกษา ก็จะยากที่จะทราบถึงรูปแบบกราฟเหล่านี้  รูปแบบกราฟมี 3 ประเภท คือ กลับตัว ไปต่อ และ ไปได้ทั้งสองทิศทาง  อันที่จริงถ้าจะพูดไปแล้ว ถ้ากราฟเป็นไปตามรูปแบบเหล่านั้น แล้วคนที่ได้อ่านได้ศึกษา พฤติกรรมเหล่านี้ออก แล้วใครจะเป็นผู้เสียในตลาด คิดไหมละครับ ตัวอย่างกราฟ Reversal พวก Double Top  Head and Shoulder Triple top  ฯลฯ ให้ทั้งหมดเลยของ Reversal เลยก็ได้ บางครั้งเราก็จะพบว่า ณ จุดๆหนึ่ง  กราฟมีการฟอร์มตัวรูปแบบเหล่านี้ แต่กลับไม่กลับตัว แต่ไปตามเทรนต่อเนื่อง เพราะมันคือ การเทรดแบบจิตวิทยามวลชน ราคาที่แสดงออกมา เป็นผลของพฤติกรรมทางอารมณ์ของมนุษย์หรือผู้เทรด รูปแบบกราฟต่าง ๆที่เราได้ศึกษามา มักจะเป็นในลักษณะ สถิติ การเกิด การทำซ้ำ วนเวียน อยู่เป็นวัฏจักร เดิม ๆ โดยเราไม่รู้ตัว

กราฟคือผลของสถิติ ทฤษฎีที่ใช้กับมันได้มีเป็นร้อย มันกว้างมาก มันไม่มีความแน่นอน 100%  เราหรือใครๆไม่สามารถหยั่งรู้อนาคตได้ การเรียนรู้ Chart Pattern มันก็คือ วิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามีมุมมองในตลาดได้กว้างขึ้น ทำให้เรามีตัวช่วย ในการคาดเดา ซึ่งก็ช่วยให้เราลดความเสี่ยงลงจากเดิม อาจจะจาก 100 เป็น 60 40 30 หรือ เพียง10% ที่จะเสี่ยง กับสถานกาณ์ในปันจุบัน หรือ อนาคตได้ เราก็จะสามารถคาดการณ์ว่ากราฟรูปแบบนี้ เราควรทำอะไร ควรเทรดไหม หรือ ไม่ควรเทรด  สำหรับบทนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านได้มากพอสมควร หากจะต้องแนะนำเพิ่มเติมก็ต้องให้ผู้อ่านหัด พิจารณา หัดมอง  หมั่นฝึกฝน ทดลอง กราฟรูปแบบต่างๆ กับ วิธีเทรดวิธีอื่น เช่น การใช้ แนวรับแนวต้าน Reversal Candle Stick Fibonacci เข้ามาช่วย เป็นต้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here